วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

 หยุดยาวสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวหาดใหญ่ มีเวลาอยู่หลายวัน ก็เลยติดจักรยานไปปั่นเล่นด้วย  พอไปแล้วก็หาเส้นทางปั่น ถามคนที่รู้จัก ก็บอกว่าไปปั่นหลังมอ.(ม.สงขลานครินทร์) ให้วิ่งเข้าไปทางข้าง มอ. ถนนปุณณกันต์ เลอะไปเรื่อย ๆ จะมีเส้นทางให้ปั่นเยอะแยะ  พอปั่นไปจริงบวกดู แผนที่google map ก็ีเส้นทางปั่นเยอะจริงๆ แต่มักจะเป็นทางลาดยาง เน้นออกกำลังกาย ส่วนเรามันสายป่า ชอบทางดินมากกว่า ก็เลยหาเส้นทางปั่นแบบ ไปเอง มั่วเอง หลงเอง.....



เส้นทางที่ปั่น ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง สำหรับ ขาอ่อนแรงน้อยอย่างผม โดยหาเขาลูกเล็ก ๆ แถวนั้นซักลูก แล้วขี่ไปเลย




ออกจากหาดใหญ่ วิ่งเส้นปุณณกันต์ ถนนข้าง มอ.



ขี่ตรงเข้าไปเรื่อย ๆ จนเจอสี่แยก ซึ่งเลี้ยวขวาจะไป อ.นาหม่อม  หรือง่าย ๆ เห็นป้ายสำนักปฏิบัติธรรมควรสำหรุษ ก็เลี้ยวไปเลย



ขี่ไปเรื่อย ๆ ตามทาง ไม่ไกล ก็จะเจอซอยทางขวา ชื่อซอย "ถนนสายโรงรม"



จุดสั่งเกตุ ก่อนถึงซอย ถนนสายโรงรม จะมีบ้านที่มีรั่วยาว ซึงอยู่ติดกับซอยนั่นเอง



ขี่เข้าไปตรงยาว ๆ ตามทาง จะเริ่ม เป็นทางลูกรังแล้ว


มีสลับทางคอนกรีตเป็นช่วง ๆ และแน่นอนว่า จะเป็นทางขึ้นเขา แบบไม่ชันมาก เรื่อย ๆ แต่ยาวไกล



เส้นทางร่มรื่น ไม่ร้อนครับ เป็นทางสาธารณะ ที่ผ่านส่วนยางของชาวบ้าน



ขี่ไปตามทางหลัก เลยครับ ไม่ต้องเลี้ยว



ข้างหน้าเป็นแยก


ตรงไปเลยครับ ทางซ้ายค่อยไปสำรวจโอกาสต่อไป



ขึ้นเรือย ๆ ชันขึ้นทีละนิด


เกียร์ แบบ 1x9 34-34 ใหญ่สุดเริ่มไม่พอ คงต้องมีเข็นกันบ้างสำหรับขาอ่อน ๆ แต่ถ้า อัตราทด ดีกว่านี้ พวก หน้า 32/34 หลัง 42 น่าจะสบาย ๆ หรือใครมีจานหน้า 2 ใบขึ้นไป สบายเลยครับ




เผลอแป๊บเดียว ปั่น ๆ เข็น ๆ พัก ๆ ดูวิวข้างทาง โอ้ เราขึ้นมาสูงเหมือนกันนะเนียะ




มองย้อนไปด้านหลัง..ชันเอาเรื่องเลย



-ขึ้นไปเรื่อย ๆ ทางเริ่มเล็กลง


มีต้นไม้ล้มขวางทางด้วย


ถึงทางแยกแล้ว ถ้าตรงไปจากตรงนี้ จะขึ้นเขาต่อไปอีก แต่ก็ไม่รู้จะไปโผล่ที่ไหน ไว้โอกาสหน้าจะไปสำรวจมาให้


เที่ยวนี้ขอเลี้ยวขวาก่อนเลย จากนั้นไปตามทางจะสุดถนน ก็จะมีทางให้เลี้ยวขวา ซึ่งต้องผ่านสวนยาง ของชาวบ้านประมาณ 100 เมตร ซึ่งช่วงนี้ขอให้ใช้ความระมัดระวังนะครับ เพื่อไม่ให้ทำต้นยางของชาวบ้านเสียหาย


  พอสุดสวนยาง ก็หมดเส้นทางไปต่อ แบบดี ๆ ต่อจากนี้จะเป็นทางลงล้วน ๆ และมีทางอุโมงต้นไม้ ซึ่งก็น่าจะเป็นทางสัญจร ที่ไม่ค่อยมีคนใช้


เล่งลาย แล้วลงได้เลยครับ มีร่องน้ำเป็นช่อง ๆ สนุกมาก ยิ่งถ้ามีคนมาใช้มากกว่านี้ ทางก็น่าจะโล่งกว่านี้



 เส้นทางร่มรื่น มีร่องน้ำเป็นช่วง ๆ ทางโค้งเบา ๆ มีแบ้งธรรมชาติให้เล่น



ลงมาซักพัก ก็จะมาโผล่ที่ ฝายน้ำ ของสำนักสงแห่งนึงแบบงง ๆ 5555


พอข้ามฝายน้ำก็เจอทางแบบโล่งกว้าง ขี่สนุกครับ


เผลอแป๊บเดียว ลงมาข้างล่างแระ เจอแยก เลี้ยวซ้ายได้เลย ไหลลงเนินแบบเบา ๆ แบบต่อเนื่อง



ขี่ไปตามทางได้เลยครับ ยังลงเนินอยู่ ปั่นเติ่มเพื่อความมัน หรือนั่งพักแบบไหล ๆ ได้เลย


ตามทางไปเลย


แล้วก็มาออกทางลาดยางแล้วครับ จากตรงนี้ ถ้าคนพอจะทราบเส้นทาง ก็เลือกไป ซ้ายหรือขวา กลับได้เลยครับ

โอกาสหน้าคงได้ไปสำรวจเส้นทางอื่น ๆ ไว้ให้สายดิน ไปปั่นเล่นกันอีก รถที่เหมาะ ควรเป็นรถ full sus ยุบ 4นิ้วขึ้นไป ใช้เกียร์ที่มีอัตรทดกว้างหน่อย เพื่อความสบายขาขึ้น แต่ใครแรงดี หรือจะเข็นเอาก็ไม่ว่ากัน
 หลังแข็งก็ขึ้นได้สบาย แต่ขาลงความมันจะหายไปมาก   น้ำดืมผมเตรียมขวดใหญ่ 1.5 ลิตร กับ น้ำหวาน 400cc 1 ขวด ไว้จิบ ๆ เอาแรง
จากมอ.ผมใช้เวลาราว 1.45 ชม.ถึงยอด ก่อนเข้าอุโมงค์ป่า ส่วนขาแรง ผมว่า เร็วกว่านี้ได้อีกเยอะครับ ดีไม่ดี ไม่เกินชั่วโมงครับ  และขาลง ไม่ต้องพูดถึงครับ เร็วมาก 5555  ขอให้สนุกกับการปั้นจักรยานครับผม



วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

project ขำ ๆ ทำfreeride ให้เป็นenduro

ตั้งแต่ขี่จักรยานใหม่ ๆ พอหลงเข้ามาวงเวียนพวก รถประเป็น freeride downhill ยุบเยอะ จะสุดท้ายก็ค้นพบตัวเองว่า ชอบรถยุบเยอะ ที่ปั่นได้ แต่ก็ต้องแข็งแรงพอสมควร จากนั้นก็ประกอบรถยุบ 7 นิ้ว ที่บุคลิก ไม่นุ่มเหมือนพวกdh แต่ไม่ย้วยมากพอที่จะปั่นได้ แล้วก็แข็งแรงกว่าพวกxc  และก็เลือกใช้จานหน้าแบบ 2 ใบมาตลอด โดยส่วนตัวเชื่อว่า จักรยานมันต้องปั่นสนุกได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องสนุกขาลงอย่างเดียว แต่สุดท้ายconceptมันก็ไม่โดนซะทีเดียว ต่อให้เป็นจานหน้า 2 ใบ พอปั่นไหว แต่ปั่นsingle track มันไม่สนุกเอาซะเลย คิดอยู่ลึก ๆ ว่า สงสัยจะต้องไปโดน รถxc ยุบ 6 นิ้วแน่ๆ จนสุดท้ายได้กำเนิดจักรยาน concept ที่มันใช้เลย เบาพอที่จะปั่นtrack ได้ และ รุดลงในระดับเส้นทางที่โหดพอสมควร(แต่ก็ไม่ถึงขนาดรถ downhill) ในการแข่งขันตามต่างประเทศ ก็มีการพอเป้น้ำ อุปกรณ์จำเป็น แบ่งเป็นstage ต่าง ๆ และในบ้านเราก็เริ่มมีการจัดการแข่งขันประเภทนี้แล้วด้วยในรายการ Thailand Enduro Series โดยส่วนตัวเชื่อว่ามันจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนครับ มันคือจักรยานประเภท enduro


ศึกษาหาข้อมูลอยู่นานพอสมควร ยิ่งศึกษายิ่งสนุก รถenduro รุ่นใหม่ ๆ เบามาก ระดับ 13 กิโล แฟรมเป็นคาบอนด์ อะไหล่เทพ กับราคาที่เอื้อมไม่ถึง จึงเกิดความคิดขำ ๆ กับการเอารถคันเดิมเปลี่ยนอะไหล่เบาบางชิ้น ในงบประมาณที่จำกัด เพื่อทำให้รถน่าขี่ขึ้น ก็เลยเอามาแชร์กันเป็นแนวทาง



จากเดิม น้ำหนักเคยช่าง แต่จำไม่ได้ รู้แต่ว่า หนักมาก5555 มานั่งมอง ๆ ว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง แน่นอนเลยที่ต้องจัดกัน คือ เป็นโช๊คหน้า หลัง ให้เป็นแบบ air ซื้อแน่นอนว่าผมเลือกโช๊คเกรด all mountain,enduro



จาก frame เจ้ากรรม santatruz built 2004 คอธรรมดา ถ้อยคอนอก จึงต้องหาโช๊คหน้าซางธรรมดา 1,1/8 เท่านั้น ก็เลยไปลงตัวที่โช๊คนอกกระแสอย่าง sr suntour รุ่น duralux ปี 2013 ยุบ 140-180



พอเปลี่ยนโช๊คหน้า งานก็ยาว จากเดิมใช้  stem direct กับ handle ขนาดธรรมดา 25.4  ก็ต้องเปลี่ยนเป็น stem ธรรมดา ผนวกกับ spank บ้านเราลด 50% ก็เลยจัดทั้งชุดมาเลย ทั้งhandle และ stem



เปลี่ยนโช๊คหน้าแล้วตามสูตรก็ตามด้วยโช๊คหลัง air ซึ่งผมเลย x-fusion o2 rcx ปรับได้แค่ compressionและrebound แบบหยาบ ๆ ที่ไม่ค่อยมีชาวบ้านเค้าใช้กันเช่นเคย 5555



จากนั้นก็ถอดสับจาน bash guard และชุด shifter ออกทั้งหมด แน่นอน ตามtrend ก็ต้องไปใช้จานหน้าแบบ narrow wide



สุดท้ายสำหรับproject นี้ (หมดงบ) เปลี่ยนยางหลัง(ดอกของเดิมหมดพอดี) ขอบnylon บ้าน ๆ รุ่นต่ำ ของรถxc เพื่อเอามาปั่นเล่นเอาแรงก่อน ส่วนยางหน้าขี่ให้หมดก่อน ถ้าไปแข่งจริงจัง คงจะจัดยาง AM ใหม่ทั้งหน้าหลังเลย



เสร็จแล้วก็ไปปั่นเล่นกันเลย

อ้อ...คงอยากรู้รายละเอียดกันว่า ผมลดน้ำหนักไปได้เท่าไหร่

โช๊คหน้า
-เดิม  marzocchi 888 y2004 หนัก 3,350 กรัม
-เปลี่ยนเป็น sr suntour durolux 140-180 y2013 หนัก 2,500 กรัม

handle+stem
-เดิม handle bar double wall ยี่ห้อ จำไม่ได้ กับ stem direct ของ marzocchi หนักรวม 620 กรัม
-เปลี่ยนเป็น handle bar spank subrosa กับ  stem spank oozy all mountain 50mm หนักรวม 440 กรัม

โช๊คหลัง -rear shock
-เดิม 5th element + สปริง fox 400x2.8 หนักรวม 940 กรัม
-เปลี่ยนเป็น x fusion o2 rcx air spring หนัก 290 กรัม

ระบบจานหน้า
-เดิม จานหน้า 24/36/bush guard + shifter + สับจาน + ลูกกลิ้งกันโซ่ล่าง + น๊อตล็อกทั้งหมด หนักรวม 700 กรัม
-เปลี่ยนเป็น จานหน้า narrow wide dartmoor + น๊อตขาจากแบบสั้น หนักรวม 50 กรัม

ยางหลัง (ยางนอก)
-เดิม maxxis high roller 2.5 หนัก 1,100 กรัม
-เปลี่ยนเป็น bontrager lt3 2.0 หนัก  720 กรัม

สรุปแล้วได้ส่วนต่างน้ำหนักที่เบาขึ้นกับงบประมาณราว 2 หมื่นกลาง ๆ
โช๊คหน้า                           850 กรัม
handle+stem                     180 กรัม
โช๊คหลัง -rear shock          650 กรัม
ระบบจานหน้า                    650 กรัม
ยางหลัง (ยางนอก)            380 กรัม

รวม ......................... 2710 กรัม

ลดได้พอประมาณ แต่กำลังใจในการปั่นเพิ่มขึ้นเยอะ...แต่ยังไงก็อย่าลืมกันนะครับว่า รถจะหนักจะเบา ก็ต้องใช้แรงปั่น อัพรถเบากันแล้วก็อย่างลืมซ้อมปั่นกันด้วยนะครับ ^^

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จานหน้า narrow wide ปฏิวัติวงการเสือภูเขา

หลังจากได้เห็นรถบางรุ่น ที่ติดชุดจานหน้าใบเดียว กับจานหลัง 10,11 speed โดยที่จานหน้าไม่มีอะไรเลย นอกจากใบจานเพียว ๆ ยิ่งบางคันที่ใช้ เป็นรถยุบเยอะอย่างพวก enduro bike แล้วขี่กันใกล้เคียงรถdownhill ก็เลยหาข้อมูลดูดีกว่าว่ามันทำไง และแน่นอนว่า จด ๆ จ้อง ๆ ค้นคว้าอยู่หลายวัน ก็ได้คำตอบว่า มันเป็นจานหน้า(chain ring) ที่มีฟันแบบพิเศษเรียกว่า"narrow wide" สุดท้ายก็โดนซะ 555 มันจะดีจริงป่าวน้าาาาา

จาน narrow wide แปลกันตรง ๆ เลย ก็คือจานแบบ แคบ/กว้าง ซึ่งก็คือ มันจะมีฟันสลับกัน แบบแคบ และกว้าง ตามลักษณะของโซ่ ที่มี ข้อใน และ ข้อนอก


ซึ่งแน่นอนกว่าการใช้ก็ต้องใส่ให้ตรงข้อ ข้อในก็ใส่ฟันบาง ข้อนอกก็ใส่ฟันหนา



แต่ ๆ อย่าลืมนะครับว่า มันออกแบบมาให้ใช้เกียร์ แบบ 1x เท่านั้น ดังนั้น ถ้าเป็นสายปั่นขึ้นเขา ที่ยังรักจานหน้า 2 หรือ 3 ใบ ก็มองข้ามมันไปได้เลย เพราะอัตราทดมันไม่พอ แต่..ถ้าสายแข็ง เลือกจานหน้า30,32 กับชุดเฟือง 10 speed 11-36 ก็จะได้อัตราทด(กรณีจานหน้า30) 30/36=0.83 ซึ่งใกล้เคียงกับ จานหน้าเล็กสุด 22 กับเฟืองหลัง 25,26(ราว ๆ นี้ มันจะมีมั๊ยหว่า 555) หรือราว ๆ เฟืองหลัง7หรือ8 ทำนองนี้ เท่ากับว่า เกียร์ปีนเราหายไป 2-3เกียร์ สำหรับขาแรง และไม่ได้ปีนชันมาก ไม่ใช่ปัญหาเลย ส่วนผมปั่นอย่างมาก single track ปีนไม่ชันมาก ก็จัดจานหน้า 32-34 ก็เพียงพอแล้ว ถ้าชันมาก ๆ ก็เข็นเอา 555555


แล้วทำไมมันไม่หลุด ไม่ต้องสงสัย เพราะผมก็สงสัย ที่ไม่หลุดก็เพราะตัวฟันแบบพิเศษนี่แหละ ก็เลยทดสอบแบบง่าย ๆ กันเลย ว่าไม่หลุดจริงมั๊ย ตามไปดูคลิปกันเลย หรือจะลองทดสอบเองก็ได้นะครับ





เดิม ใส่จานหน้า 2 ใบ+bash guard+ลูกกลิ้งล่าง


 เหลือแค่นี้ ^^

 สิ่งที่ได้มาจากการใส่จาน narrow wide คือไม่ต้องสับจาน ไม่ต้อง chain guide ตัวอย่าง จากรถผม ที่ปกติใช้จานหน้า 2 ใบ+bash guard+ลูกกลิ้งล่าง เมื่อเอามันออกแล้วใส่แค่จานใบเดียว ผมที่ได้คือ อุปกรณ์หายไปเยอะ เท่ากับ น้ำหนักหายไปเยอะเช่นเดียวกัน น้ำหนักที่หายไปจากการถอดอุปกรณ์ชุดขับเคลื่อนหน้าทั้งหมด 700 กรัม และใส่จานเข้าไปใหม่ 50 กรัม (ใบจาน40,น๊อต10) แม่จ้าวววว...เปลี่ยนจานใบเดียว น้ำหนักหายไป 6 ขีดกว่า ^0^

ใส่เรียบร้อย พร้อมไปลองกันเลย


มันโล่ง ๆ แปลก ๆ แต่ก็สวยดี โชวใบจานอย่างเดียวเลย






จากการทดสอบสั้น ๆ (จริง ๆ ก็ไม่สั้น แต่ถ่ายมานิดเดียว) มันไม่หลุดจริง ๆ แหะ ลองปั่น โดดเบา ๆ ขี่ลุยทางขรุขระ เข้าแบ๊ง โอ้ มันเยี่ยมมาก สนใจก็ไปหามาลองกันดูนะครับ

อ้อ.....สุดท้ายที่ต้องบอก ใบจานจะใช้งานได้ดีกับโซ่ใหม่ หรือสภาพดีเท่านั้นนะครับ ถ้าโซ่เริ่มยืดแล้วมันจะเอาอะไรไปเกาะกับฟันจาน รวมทั้งโซ่ที่เรา ๆ ใช้กัน ระยะลูกกลิ้งด้านใน จะมีขนาด 3/32 นิ้ว เท่ากันนะครับ แสดงว่า จานระบบนี้ มันสามารถเอาไปทำเป็น 1x7,1x8,1x9,1x10,1x11 ได้เลย แต่อัตราทดมันจะน้อยไปไม่พอปั่นสำหรับเฟือง1x7,1x8 ที่เหมาะที่สุดน่าจะเป็น 1x10และ 1x11 ส่วน1x9 (ที่ผมใช้อยู่) ก็กลาง ๆ ใช้ได้ มันมีเฟืองหลังใหญ่สุดแค่ 34 ก็เลยปีนเขาชัน ๆ ลำบาก แต่ถึงจะมีเฟืองหลัง 36,40,42 ผมก็เข็นเหมือนกัน 55555......ขอให้สนุกกับการปั่นนะคร๊าบบบบบ

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดูมล้อหน้า...ว่ากันไป

ตามไม่ทันกันเลยที่เดียวกันจักรยานสมัยนี้ พวกอุปกรณ์พัฒนาไปเร็วมาก ๆ เผลอแป็บเดียว..เทคโนโลยีไปซะไกล มีตัวเลือกมากมายตามการใช้งานของเรา...ว่าไปแล้วก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันขำ ๆ 

วันก่อนได้แวะไปร้านจักรยานร้านนึง ดูอะไหล่เล่น ๆ ก็เหลือบไปเห็นโช๊้ดหน้าขนาดแกนดุม 15มิลลิเมตร ซึ่งก็ไม่ใช่่ของแปลกใหม่อะไร มันได้รับการนำเสนอและเปิดตัวมานานซักสองสามปีได้แล้ว แต่ในบ้านเรา ช่วงแรก ๆ มันเป็นเรื่องยากที่จะนำเจ้า โช๊ค 15 มิลมาขาย เพราะขณะนั้นในท้องตลาดเต็มไปด้วย ดุม 10มิลสำหรับชาวcross country และ 20 มิล สำหรับชาวhard core dh fr เวลาผ่านมา 2-3 ปี เริ่มมีโช้ค 15 มิลเข้ามาเรื่อย  ๆ ช่วงแรกก็มาพร้อมดุมเลย ตัวเลือกไม่มาก
 โช๊คหน้าแกนปลด 10 มิลลิเมตร



 โช๊คหน้าแกน 15 มิลลิเมตร



 โช๊คหน้าแกน 20 มิลลิเมตร



กลับมาที่ร้านจักรยาน พอเหลือบไปเห็นโช๊ค 15 มิล ก็เลยถามว่า มีดมล้อ(front hub) 15 มิลมั๊ย เจ้าหน้าที่ในร้านก็ตอบทันควันว่า มีหลานตัวเลยคับ ผมก็งง ยืนดูแล้วมีแต่ 10 กับ 20 หรือว่าจะอยู่ในสต๊อกหลังร้าน

ก็เลยถามไปว่า..ขอดูหน่อยครับ......
นี่ไง...เสียงเจ้าหน้าที่ในร้านบอก.....ผมยืนงง..นี่่่มัน...Hope pro II หนิ(คิดในใจ)..เลยถามกลับไปว่า..นี่มัน 10 มิลไม่ใช่เหรอครับ มันใส่กันได้เหรอครับ..(แสดงความเงิบ...อย่างรุ่นแรง...)
อ๋อ...ใส่กันได้เลยกับดุมทุกประเภท ทั้ง 10,15,20 มิล...มันจะมีตัวadapter แยกขายสำหรับทุกดุมครับ....
...โอ้ว...ในใจผมคิดว่า...เจ๋งหว่ะ..ดุมตัวเดียวใส่ได้ทุกโช็ค...ซื้งก่อนหน้ายุกต์ที่เป็น 10 และ20 ก็จะมีดุมบางตัว เช่น AIIZ ที่มีตัวแปลงมาให้ แต่ก็เป็นแค่ 10 และ 20 มิล


นี่ไง ถอดเปลี่ยนเป็นดุม 10,15,20 มิล ได้เลย




นี่สำหรับแปลงเป็นดุม 15 มิลลิเมตร




นี่สำหรับดุม 20มิลลิเมตร


ไม่ว่ากันถ้าใครจะซื้อให้ครบชุด..







ต่อไปเราคงจะเห็น ดูมหลาย ๆ ยีห้อ มีตัวที่มีตัวแปลงมาให้ใส่ได้ทุกขนาด มาให้เราเลือกกันมากขึ้นตามงบประมาณนะครับ อ้อ...ต้องขอบคุณ ร้าน Tbike & Buubike ปากซอยลาดพร้าว 48 ด้วยนะครับที่อนุเคราะห์ข้อมูลและสินค้ามาให้ผมทำรีวิวในครั้งนีด้วย